เลือกซื้อตู้เย็นอย่างไร ให้คุ้มค่าเหมาะกับบ้านเรา

เลือกซื้อตู้เย็นอย่างไร ให้คุ้มค่าเหมาะกับบ้านเรา

ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่งที่เหมือนเป็นของคู่บ้านกันไปแล้ว เพราะสามารถไว้ใช้เก็บอาหาร ผักสด ขนมนมเนย ไว้รับประทานกันได้หลายวัน นอกจากนี้ยังเป็นที่สำหรับแช่น้ำเย็นๆ ไว้ดื่มดับกระหายให้ชื่นใจกันอีกด้วย ดังนั้นถ้ากำลังตัดสินใจซื้อตู้เย็นกันสักเครื่องเราจึงควรพิจาณาองค์ประกอบหลายๆ อย่างเพื่อให้คุณใช้ได้อย่างคุ้มค่ากับเงินที่ต้องเสียไป สำหรับสิ่งที่ควรพิจารณาก็อย่างเช่น

1. งบประมาณ
เงินถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะจะบอกได้ว่าเราสามารถซื้อตู้เย็นขนาดไหนและควรให้มีขนาดตามจำนวนสมาชิกภายในครอบครัว การตั้งงบประมาณยังช่วยตัดตัวเลือกไม่ต้องเสียเวลานานการเลือกซื้อนาน

2. ยี่ห้อของตู้เย็น
จัดเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะยี่ห้อดังๆ ที่มีชื่อเสียงมานาน ส่วนใหญ่จะเป็นยี่ห้อที่มีการผลิตได้มาตรฐาน และมีศูนย์บริการหรืออะไหล่ที่หาได้ง่าย ถ้าเราต้องการซ่อมแซมในภายหลัง

3. ระบบหรือฟังชั่นต่างๆ ของตู้เย็น
อันนี้ก็เลือกกันตามความสะดวก เช่น ถ้าคุณไม่อยากเปิดตู้เพื่อหยิบขวดน้ำมาดื่มกันบ่อยๆ อาจเลือกแบบที่สามารถกดน้ำจากหน้าตู้กันได้เลย หรือระบบละลายน้ำแข็งที่ปัจจุบันจะมีระบบละลายน้ำแข็งในตัวโดยเราไม่ต้องเสียเวลามาละลายน้ำแข็งแล้วเทน้ำทิ้ง

4. การออกแบบ
การออกแบบภายในตู้เย็นก็มีส่วนสำคัญไม่ใช่น้อยเช่น ช่องแช่ผักขนาดใหญ่เพียงพอไหม หรือช่องแช่ขวดน้ำ ช่องแช่ไข่ มีรูปแบบที่เราคิดว่าสะดวกในการแช่สิ่งต่างๆ หรือไม่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังควรพิจารณาถึงรูปลักษณ์ภายนอกและสีสันให้กลมกลืนไปกับเฟอร์นิเจอร์อย่างอื่นในบ้านกันด้วย

เรื่องควรรู้ในการเลือกไมโคเวฟ

เรื่องควรรู้ในการเลือกไมโคเวฟ

หลักการทำงานของไมโครเวฟเป็นการแผ่ความร้อนโดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าโดยพลังงานแสงส่งผ่านภาชนะไปยังโมเลกุลของอาหาร เมื่อโมเลกุลได้รับพลังงานก็จะเกิดการสั่นเป็นจำนวนหลายล้านครั้งใน 1 วินาที เกิดการเสียดสีของโมเลกุลจนเกิดความร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วจนอาหารสุก การทำงานของเตาไมโคเวฟจะแตกต่างจากเตาอื่นๆ ตรงที่ความร้อนจะเกิดกับอาหารก่อนจากนั้นจึงกระจายมาที่ภาชนะ แต่ถ้าเป็นเตาประเภทอื่นภาชนะจะเกิดความร้อนขึ้นก่อนแล้วจึงส่งผ่านไปยังอาหาร ดังนั้นบางครั้งที่เราใช้ไมโครเวฟอาหารจะสุกก่อนที่ภาชนะจะเกิดความร้อน สำหรับการเลือกซื้อคุณควรพิจารณาในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. เตาไมโครเวฟที่เลือกควรมีคุณสมบัติในการ อบเกรียม อุ่น และละลายน้ำแข็งได้ด้วย จะดีกว่าไมโครเวฟที่ให้พลังงานความร้อนเพียงอย่างเดียว เพื่อช่วยให้คุณสามารถประกอบอาหารได้หลากหลายกว่า นอกจากนี้ควรมีเครื่องมือหรืออุปกรณ์วัดอุณหภูมิอาหารในตัว

2. ขนาดของเตาไมโครเวฟควรเหมาะกับปริมาณการใช้งาน เตาไมโครเวฟขนาดเล็กอาจจะมีราคาถูกกว่าแต่จะให้พลังงานน้อย ดังนั้นควรพิจารณาจากการใช้งานเป็นหลัก ถ้าไม่แน่ใจควรสอบถามจากพนักงานขายเพื่อขอคำแนะนำ

3. พิจารณาเลือกจากกำลังไฟที่ใช้หรือจำนวนวัตต์ ถ้าไมโครเวฟคนละยี่ห้อมีความจุใกล้เคียงกัน แต่กำลังไฟที่ใช้แตกต่างกันให้เลือกรุ่นที่ใช้กำลังไฟน้อยกว่า เพื่อช่วยให้คุณประหยัดค่ากระแสไฟ

ปัจจุบันมีเตาไมโคเวฟออกมามากมายหลายยี่ห้อ เมื่อได้รุ่นความจุและขนาดที่ต้องการแล้ว คราวนี้ก็เลือกรูปทรงและแบบตามใจชอบกันได้เลย

เตาแม่เหล็กไฟฟ้า อุปกรณ์ทำอาหารทางเลือกใหม่สำหรับครัวเรือน

เตาแม่เหล็กไฟฟ้า อุปกรณ์ทำอาหารทางเลือกใหม่สำหรับครัวเรือน

หลายครอบครัวนิยมทำอาหารรับประทานกันเองที่บ้าน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดที่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจจะไม่สะดวกในการเลือกใช้เตาแก๊สในการประกอบอาหาร อย่างครอบครัวยุคใหม่มักจะพักอาศัยอยู่ในคอนโดหรืออาพาร์ทเม้นที่มีกฎข้อห้ามการใช้เตาแก๊สในการหุงหาอาหาร ทำให้เตาแม่เหล็กไฟฟ้ากลายเป็นทางเลือกใหม่ในการประกอบอาหาร ซึ่งอาจจะมีราคาแพงกว่าเตาแก๊สแต่ก็มีความสะดวกสบายในการใช้ที่ดีกว่าเช่นกัน สำหรับการเลือกซื้อเตาแม่เหล็กไฟฟ้านั้น คุณควรพิจารณาสิ่งต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. ได้มาตรฐานในเรื่องของความปลอดภัยและคุณภาพ โดยอาจเลือกจากยี่ห้อที่มีชื่อเสียง มีใบรับประกันหรือมีรางวัลการันตี จะทำให้เรารู้สึกมั่นใจในคุณภาพของสินค้ามากยิ่งขึ้น รวมทั้งควรมองหาเครื่องหมายรับรองความปลอดภัยของตัวผลิตภัณฑ์กันด้วย

2. มีระบบช่วยป้องกันในเรื่องของความปลอดภัย เช่น ตัดไฟเมื่อมีไฟเกินขนาด มีระบบป้องกันไฟรั่ว รวมถึงระบบตัดการทำงานเมื่อไม่ได้ใช้งาน เป็นต้น

3. ผลิตมาจากวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน ได้มาตรฐาน

4. สอบถามเกี่ยวกับการบริการหลังการขาย เพราะเมื่อซื้อไปสักระยะอาจเกิดปัญหาหรือเตาเกิดชำรุดจะสามารถส่งซ่อมได้สะดวก เพราะถ้าซ่อมกับร้านทั่วไปบ้างครั้งอะไหล่อาจไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้นอย่าลืมตรวจดูใบรับประกันและการส่งแคลมรวมถึงการรับซ่อมสินค้า

เมื่อได้เตาแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างที่ต้องการแล้ว ก่อนใช้ทุกครั้งอย่าลืมอ่านคู่มือการใช้ให้เข้าใจกันเสียก่อน เพื่อช่วยให้คุณสามารถใช้เตาได้อย่างปลอดภัยและประกอบอาหารได้อย่างที่ต้องการ

วิธีเลือกเครื่องซักผ้าให้เหมาะกับบ้านคุณ

วิธีเลือกเครื่องซักผ้าให้เหมาะกับบ้านคุณ

ปัจจุบันเครื่องซักผ้าจะมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือ แบบสองถัง แบบถังเดียว และแบบฝาหน้า ซึ่งเราสามารถดูประสิทธิภาพในการซักได้จากฉลากที่ด้านหลังของเครื่องซักผ้าแต่ละแบบ หลักการทำงานโดยทั่วไปของเครื่องซักผ้าก็คือ การให้ผ้าและน้ำมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการหมุนของถังซัก หรือการตีเหวี่ยงไปมา เป็นการใช้หลักการเสียดสีช่วยให้ผ้าสะอาดขึ้นได้ ดังนั้นเครื่องซักผ้าที่น้ำนิ่งๆ เมื่อซักเสร็จผ้าจะไม่สะอาดเท่าที่ควร เรามาดูความแตกต่างของเครื่องซักผ้าทั้ง 3 แบบกันดีกว่า

1. แบบสองถัง จะเป็นแบบที่ราคาถูกกว่าแบบอื่น ซักผ้าได้สะอาด ใช้เวลาซักไม่นานจึงช่วยประหยัดค่ากระแสไฟได้ดี ที่สำคัญยังใช้น้ำไม่มาก แต่ระหว่างการซักคุณจะต้องยกผ้าเปลี่ยนระหว่างถัง แบบนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีงบน้อย

2. แบบถังเดียว ราคาจะสูงกว่าแบบสองถัง แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการใช้งาน ซักผ้าได้สะอาดพอสมควร ใช้ไฟไม่มากแต่ค่อนข้างจะเปลืองน้ำ เหมาะสำหรับคนที่อยากได้เครื่องซักผ้าแบบใส่เครื่องครั้งเดียวแล้วทุกอย่างจบครบวงจร

3. แบบฝาหน้า จะเป็นแบบที่มีราคาสูงที่สุด แต่ก็ซักผ้าได้สะอาดที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะผ้าและน้ำจะเคลื่อนที่ไปมาได้ดีกว่าแบบอื่น นอกจากนี้ยังมีฟังชั่นที่ทำให้คุณสามารถซักผ้าด้วยน้ำอุ่นจะทำให้ผ้าสะอาดมากยิ่งขึ้นและยังละลายผงซักฟอกได้ดีอีกด้วย ข้อเสียก็มีตรงที่ใช้เวลานานทำให้เปลืองกระแสไฟฟ้า แต่ข้อดีก็คือใช้น้ำน้อยซักผ้าได้สะอาดกว่าแบบอื่น เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าจะเหมาะสำหรับคนที่มีงบมากและเน้นซักผ้าให้สะอาด

ใครชอบแบบไหนก็อย่าลืมเลือกให้เหมาะกับงบประมาณ และดูว่าคนในครอบครัวใส่เสื้อผ้าสกปรกประมาณไหน จากนั้นก็ตัดสินใจเลือกซื้อกันให้เหมาะสมกันได้เลย

กำลังมองหาทีวีสักเครื่อง เลือกแบบไหนดี ?

กำลังมองหาทีวีสักเครื่อง เลือกแบบไหนดี ?

ถ้าพูดถึงทีวีปัจจุบันมีออกมามากมายหลายรูปแบบจนบ้างครั้งเราอาจจะรู้สึกสับสนได้ว่าควรเลือกใช้แบบไหนดี แต่จะแบบไหนนั้นก็คงต้องขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลเป็นตัวกำหนดด้วย ว่าคุณต้องการดูทีวีแบบสมจริงขนาดไหน หรือถ้าเน้นในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ทีวีที่คุณเลือกก็ต้องมีฟังชั่นในการรองรับ ดังนั้นก่อนอื่นเราไปดูทีวีแต่ละแบบกันก่อนดีกว่าว่ามีอะไรกันบ้าง

ประเภทจอ
สำหรบประเภทจอจะมีหลายแบบตั้งแต่ CRT, LCD TV, LED TV และ Plasma TV แต่ละแบบจะแตกต่างกันดังนี้
– จอ CRT จะเป็นทีวียุคแรกๆ ที่เป็นแบบจอโค้ง ด้านหลังตุง
– จอ LCD TV ลักษณะจอบางไม่กินพื้นที่ และยังช่วยถนอมสายตาอีกด้วย
– จอ LED TV ออกมาทดแทนจอแบบ LCD ให้ภาพคมชัด กินไฟน้อย แต่ยังมีราคาสูง
– จอ Plasma TV ให้ภาพคมชัดกว่าจอแบบ LCD แสดงผลภาพเร็ว สีสวยดูเป็นธรรมชาติ ข้อเสียคือดูในห้องมืดๆ จะคมชัดกว่าดูในห้องสว่าง และค่อนข้างจะกินไฟ

คุณสมบัติของทีวี
จะสามารถแบ่งออกได้ชัดๆ เป็น 3 รูปแบบคือ แบบธรรมดา, Smart TV และ ทีวี 3 มิติ ซึ่งจะมีข้อแตกต่างกันดังนี้
– แบบธรรมดา คือแบบที่สามารถดูทีวีช่องทั่วไป หรือดูช่องต่างๆ ด้วยระบบกล่องดิจิตอล
– Smart TV ทีวีอัจฉริยะ จะเป็นทีวีที่มีแอพพลิเคชั่น และฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ให้เลือก และยังเป็นการรวมความสามารถของทีวี คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ตเข้าด้วยกัน นอกจากชมทีวีแล้วยังใช้ เล่นเกมส์ ดูวีดีโอ เล่นโฟสโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ ได้อีกด้วย
– ทีวี 3 มิติ ให้ภาพที่คมชัดสมจริง เห็นมิติต่างๆ ของภาพ ตื่น ลึก หนา บาง และลอย ได้ในขณะกำลังดูทีวี ซึ่งจะให้ดีควรชมผ่านแว่น 3 มิติ แต่ทีวียังมีราคาค่อนข้างสูง

เมื่อทราบรูปแบบและคุณสมบัติของทีวีกันแล้ว คราวนี้ก็เลือกให้ถูกใจและตรงกับงบประมาณกันได้เลย

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่น

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่น

เครื่องทำน้ำอุ่นเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ช่วยทำน้ำร้อน โดยอาศัยความร้อนจากขดลวดในขณะที่กระแสน้ำไหลผ่านทำให้น้ำอุ่นขึ้น ซึ่งกระแสไฟจะไหลผ่านก็ต่อเมื่อมีการเปิดสวิตซ์ และจะมีปุ่มสำหรับให้เราสามารถปรับเลือกระดับความร้อนหรืออุณหภูมิได้ตามความต้องการ ก่อนการเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงจะได้แก่

1. ตรวจดูว่ากระแสไฟฟ้าภายในบ้านเพียงพอต่อการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นหรือไม่ โดยปกติแล้วเครื่องทำน้ำอุ่นจะใช้กระแสไฟประมาณ 7-17 แอมแปร์ ดังนั้นต้องมีกระแสไฟไม่ต่ำกว่า 20 แอมแปร์

2. ดูระบบท่อประปาภายในบ้านว่าติดตั้งไว้แบบไหนถ้าเป็นแบบใช้ฝักบัวจุดเดียวคุณก็สามารถเลือกใช้เครื่องทำน้ำอุ่นได้ แต่ถ้าเป็นแบบผสมที่มีอ่างอาบน้ำ ฝักบัว และก๊อกอ่างล้างหน้าผสม ก็ควรซื้อเป็นเครื่องทำน้ำร้อน เพราะถ้าเลือกซื้อไม่ตรงกับระบบการวางท่อประปาก็จะไม่สามารถใช้งานได้

การเลือกซื้อเครื่องทำน้ำอุ่นควรพิจารณา สิ่งต่างๆ เหล่านี้

1. ขนาดและประสิทธิภาพของเครื่องควรเหมาะกับจำนวนสมาชิกภายในบ้าน

2. ดูลักษณะสภาพอากาศ เช่น ถ้าคุณอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศไม่หนาวมากก็ไม่จำเป็นต้องเลือกเครื่องทำน้ำอุ่นที่มีจำนวนวัตต์มากหรือใช้กระแสไฟฟ้ามาก แต่ถ้าอยู่ในภูมิภาคที่มีอากาศหนาวเย็นอย่างในภาคเหนือของบ้านเรา ก็ควรเลือกแบบที่มีวัตต์สูงเพื่อเครื่องจะได้ไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป เป็นต้น

เมื่อได้เครื่องทำน้ำอุ่นอย่างที่ต้องการแล้วการติดตั้งและการใช้งานที่ถูกต้องก็มีส่วนสำคัญดังนั้นควรศึกษารายละเอียดในเรื่องนี้ให้ดี เพื่อให้คุณและคนในครอบครัวใช้เครื่องทำน้ำอุ่นได้อย่างปลอดภัย

เลือกซื้อเตาอบแบบไหนดีถึงจะคุ้มค่าคุ้มราคา

เลือกซื้อเตาอบแบบไหนดีถึงจะคุ้มค่าคุ้มราคา

สำหรับใครที่ชอบทำขนมโดยเฉพาะพวกขนมปังหรือเค้กจำเป็นต้องใช้เตาอบในการอบขนม ซึ่งถือว่าสะดวกสบายและยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ปัจจุบันเราจึงมักเห็นพ่อบ้านแม่บ้านหลายคนมาเรียนทำขนมเพื่อนำไปใช้ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้รับประทาน หรือบางคนก็สามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพเสริมกันได้เลย แต่เตาอบก็มีให้เลือกอย่างมากมาย ดังนั้นก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อเรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าควรคำนึงถึงอะไรกันบ้าง

1. ต้องการซื้อเตาอบเพื่อมาทำอะไร เช่น ซื้อมาทำขนมเพียงอย่างเดียวหรือไว้สำหรับประกอบอาหารด้วย และขนมที่ต้องการอบเป็นขนมประเภทไหน เช่น คุกกี้ ขนมปัง หรือ เค้ก เป็นต้น

2. ต้องการทำขนมหรืออาหารเพื่อรับประทานเองในครอบครัว หรือเพื่อทำขนมขายเป็นอาชีพเสริมเล็กๆ น้อยๆ ในข้อนี้จะช่วยให้คุณสามารถกำหนดได้ว่าต้องการเตาอบที่มีขนาดความจุประมาณไหน

3. งบประมาณในการซื้อ ถ้ามีงบเยอะเราก็สามารถเลือกแบบที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานหลากหลายรูปแบบรวมไปถึงซื้อแบบที่ขนาดความจุที่สามารถทำขนมทีเดียวได้หลายชิ้น

4. พื้นที่ในการจัดวางก็เป็นตัวกำหนดว่าเราจะสามารถเลือกเตาอบที่มีขนาดเท่าไรเช่นกัน นอกจากนี้ถ้าเลือกเป็นเตาอบไฟฟ้าก็อย่าลืมดูเรื่องกำลังวัตต์กันด้วย รวมไปถึงการเดินไฟภายในบ้าน

5. ดูในเรื่องการบริการหลังการขาย และศูนย์บริการต่างๆ เพื่อหลังจากที่ซื้อแล้วเกิดปัญหาต้องซ่อมแซม

เมื่อสามารถเลือกเตาอบแบบที่ต้องการกันได้แล้ว ก็อย่าลืมฝึกฝีมือในการทำขนมให้ได้อย่างที่ต้องการกันด้วย หลายคนได้มาก็ทำแต่ช่วงแรกๆ สักพักก็เบื่อ กลายเป็นว่าซื้อมาตั้งทิ้งไว้เฉยๆ ซึ่งก็จะเป็นการเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์

พัดลมไอน้ำ ทางเลือกหนีร้อนเย็นกว่าพัดลมธรรมดา

พัดลมไอน้ำ ทางเลือกหนีร้อนเย็นกว่าพัดลมธรรมดา

บ้านเราเป็นเมืองร้อนพัดลมจัดว่าเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะใครที่ต้องอยู่บ้านพูดได้ว่าเกือบทุกบ้านจะต้องมีพัดลม แต่ในยุคปัจจุบันได้มีการพัฒนาพัดลมให้สามารถใช้งานได้ดียิ่งขึ้นหรือทำให้เย็นมากกว่าเดิม เพราะพัดลมธรรมดาทั่วไปที่เราใช้อยู่บางครั้งถ้าช่วงอากาศร้อนมากๆ เวลาเปิดก็มักจะเบาเอาลมร้อนๆ มาถูกเราด้วย ซึ่งทำให้รู้สึกร้อนหนักไปกว่าเดิม ดังนั้นการเลือกใช้พัดลมไอน้ำจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการหนีร้อนได้ดี โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่มีงบพอในการติดแอร์ หลักการทำงานของพัดลมไอน้ำก็คือ จะปล่อยละอองไอน้ำเย็นๆ ออกมา ช่วยทำให้รู้สึกเย็นสบายว่า

ข้อดีของพัดลมไอน้ำ
– ราคาประหยัดกว่าการติดตั้งแอร์
– ใช้งานได้สะดวก เคลื่อนย้ายได้ง่าย
– ทำความสะอาดง่าย
– ให้ลมเย็นกว่าพัดลมธรรมดาทั่วไป

ข้อเสียของพัดลมไอน้ำ
– ต้องหมั่นคอยเติมน้ำและน้ำแข็ง โดยคุณสามารถเลือกได้ว่าจะเติมอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ถ้าวันไหนร้อนไม่มากก็อาจจะเติมเฉพาะน้ำ แต่ถ้าวันไหนอากาศร้อนใส่น้ำแข็งลงไปด้วยก็จะช่วยเพิ่มความเย็นได้เป็นอย่างดี
– ต้องคอยทำความสะอาดช่องเติมน้ำและน้ำแข็งอย่างสม่ำเสมอ

วิธีการเลือกซื้อ
ควรเลือกซื้อจากสถานที่ที่เชื่อถือได้อย่างในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และควรสอบถามเกี่ยวกับบริการหลังการขาย เพื่อเกิดเหตุขัดข้องที่เกิดจากการประกอบชิ้นส่วนหรืออะไหล่เราจะได้ส่งซ่อมได้สะดวก และได้สินค้าที่มีคุณภาพ

มาเลือกพัดลมให้เหมาะกับการใช้งานกันดีกว่า

มาเลือกพัดลมให้เหมาะกับการใช้งานกันดีกว่า

ประเทศไทยมีอากาศร้อนเกือบทั้งปี โดยเฉพาะใครที่อยู่ในพื้นที่ภาคกลางอย่างในกรุงเทพมหานครที่จะมีช่วงฤดูหนาวสั้น หรือมีอากาศหนาวไม่มาก พัดลมจึงเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ค่อนข้างสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับครัวเรือน ที่สำคัญยังมีราคาประหยัดกว่าแอร์รวมไปถึงค่ากระแสไฟฟ้าก็ถูกกว่า ในปัจจุบันมีพัดลมผลิตกันขึ้นมาหลากหลายรูปแบบให้เราสามารถเลือกใช้กันได้ตามความพอใจและงบประมาณในกระเป๋า แต่หลายคนก็ยังเลือกพัดลมแบบปกติที่มีฟังชั่นไม่มาก เพราะราคาถูกกว่ารวมถึงการใช้งานและดูแลรักษาก็ง่ายกว่า ซึ่งเราสามารถเลือกพัดลมแบบที่ว่าโดยพิจารณาจากสิ่งต่างๆ เหล่านี้

1. ถ้าสมาชิกภายในบ้านมีจำนวนไม่มากประมาณ 2-3 คน เลือกใช้พัดลมแบบตั้งพื้นจะดีกว่าพัดลมแบบติดเพดาน เพราะนอกจากจะเคลื่อนย้ายสะดวกแล้วยังประหยัดค่ากระแสไฟฟ้ามากกว่าพัดลมติดเพดานกันอีกด้วย

2. ดูขนาดห้องที่ต้องการตั้งพัดลม ถ้าห้องมีขนาดไม่กว้างมากก็ไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมตัวใหญ่ถึงแม้ว่าพัดลมตัวใหญ่จะให้กระแสลมที่แรงกว่าและระยะไกลกว่าก็ตาม ถ้าห้องไม่กว้างพัดลมตัวกลางๆ หรือตัวเล็กก็ช่วยให้ลมพัดได้ทั่วถึงภายในห้องกันแล้ว และยังเป็นการประหยัดค่ากระแสไฟฟ้าได้มากกว่าอีกด้วย

3. ควรดูยี่ห้อผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน รวมไปถึงสลากประหยัดไฟเบอร์ 5 รวมไปถึงมาตรฐานการผลิตต่างๆ และใบรับประกันสินค้า

นอกจากนี้หลังเลิกใช้พัดลมควรปิดและดึงปลั๊กไฟออกให้เรียบร้อย โดยเฉพาะถ้าคุณเลือกใช้พัดลมแบบรีโมทเพราะกระแสไฟจะเข้าไปล่อเลี้ยงอุปกรณ์ที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งทำให้เสียค่ากระแสไฟฟ้าไปโดยไม่จำเป็น

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อเตารีด

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อเตารีด

การสวมเสื้อผ้าที่รีดไว้อย่างเรียบร้อยก่อนออกจากบ้านไม่ว่าจะไปเรียน ไปทำงาน หรือเพียงแค่ออกไปเดินเล่นช้อปปิ้งก็ตามที เสื้อผ้าเรียบๆ จะดูสุภาพและเรียบร้อยกว่าเสื้อผ้าที่ยับๆ อย่างแน่นอน โดยเฉพาะถ้าคุณต้องใส่ไปเรียน หรือไปทำงาน ทำให้ปัจจุบันเกือบทุกบ้านต้องมีเตารีดเอาไว้ใช้ และด้วยเวลาเร่งรีบอย่างในปัจจุบันการรีดผ้าถือว่าเป็นการเสียเวลาไม่ใช้น้อย ดังนั้นเตารีดที่เราเลือกควรมีฟังก์ชั่นในการทำงานที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้สามารถรีดเสื้อผ้าได้เรียบและเร็วขึ้น เราจึงควรพิจารณาเลือกซื้อเตารีดที่มีคุณสมบัติดังนี้

1. สามารถปรับระดับความร้อนได้ เพราะผ้าแต่ละชนิดจะใช้อุณหภูมิในการรีดแตกต่างกัน อย่างผ้าที่บอบบางเราจะรีดด้วยไฟอ่อน ส่วนผ้าที่มีความหนาอย่างคอตต้อนหรือผ้ายีนส์ถ้าอยากให้เรียบต้องใช้อุณหภูมิค่อนข้างสูง เป็นต้น

2. ร้อนเร็วไม่ต้องรอนาน และควรมีระบบตัดความร้อนเวลาที่เสียบปลั๊กแล้ววางทิ้งไว้

3. ควรเลือกที่มีระบบไอน้ำในตัวและต้องมีที่เก็บน้ำขนาดใหญ่ เพื่อให้สามารถรีดได้ครั้งละมากๆ โดยไม่ต้องเติมน้ำบ่อย

4. ควรเลือกเตารีดที่แผ่นความร้อนทำมาจากสแตนเลสหรืออลูมิเนียม เพราะจะช่วยป้องกันเตารีดติดเนื้อผ้าได้ดี

5. เลือกแบบที่มีน้ำหนักไม่มาก จับถนัดมือ เพื่อช่วยให้คุณสะดวกในการรีด

6. เป็นยี่ห้อที่เชื่อถือได้และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป

นอกจากนี้ควรถามในเรื่องของบริการหลังการขายด้วยว่ามีอะไรบ้าง เมื่อเสียสามารถส่งซ่อมได้ที่ใดบ้าง เป็นต้น เพื่อให้คุณได้เตารีดที่ใช้ได้อย่างคุ้มค่าคุ้มราคา