สาวๆ ที่มีหุ่นอวบอั่นตั้งเป้าไว้ว่าจะลดน้ำหนักให้ได้ แต่ส่วนมากก็จะมีแค่ตั้งเป้าและศึกษาวิธีการต่าง ๆ ว่าจะลดน้ำหนักกันอย่างไร สิ่งที่มักจะทำให้การตั้งเป้าหมายการลดน้ำหนักล้มลงก็คือความขี้เกียจนี้ละคะ จะทำยังไงดีละอยากลดความอ้วนแต่ขี้เกียจแล้วมันจะผอมได้ยังไง วันนี้มีวิธีลดความอ้วนแบบฉบับสาวขี้เกียจมาฝากกัน

1.งดกินแป้ง
งดทานอาหารประเภทแป้งอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน สำหรับคนที่ขี้เกียจหน่อย เพียงแค่นี้ก็จะช่วยลดน้ำหนักได้

2.จิบคาเฟอีนสักนิด
คาเฟอีนสามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานแคลอรีได้ดีที่เดียวค่ะ จะจิบเป็นกาแฟดำไรน้ำตาลหรือจะเป็นชาก็ได้

3.เคี้ยวหมากฝรั่งบ่อย ๆ
การเคี้ยวหมากฝรั่งจะช่วยให้ลดความอยากอาหารได้แต่ควรเลือกเป็นหมากฝรั่งน้ำตาลน้อย

4.ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
ในวันหยุดว่าง ๆแทนที่จะมั่วแต่หาอะไรเข้าปาก ลุกมาออกกำลังกายสัก 2 วัน ต่อสัปดาห์ ก็จะช่วยลดน้ำหนักได้ดี

5.กินอาหารรสเผ็ด
อาหารที่มีรสเผ็ดจะเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักอย่างดีเลย เพราะอาหารรสเผ็ดช่วยการเผาผลาญหรือช่วยให้เมตาบอลิซึ่มทำงานได้ดี

6.ขยับเท้าเวลานั่ง
เวลานั่งทำงานอย่าปล่อยให้เท้าอยู่เฉย ๆ ขยับเท้าบ้างเพราะการขยับเท้าช่วยในการเบิร์นแคลลอรีได้กว่าการนั่งเฉย ๆ

7.อย่าปล่อยให้องหิวมากไป
การที่ปล่อยให้ท้องหิวมาก ๆ จะเป็นการทำให้เรากินได้มากขึ้น โดยไม่รู้ตัวควรกินอาหารให้ตรงเวลา เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

8.เครียด
อย่าปล่อยให้ตัวเองมีความเครียดนาน เครียดกับงานหรือสิ่งรอบ ๆตัวควรหยุด ความเครียดทำให้การเผาผลาญพลังงานได้น้อย

9.นอนให้มากขึ้น
นอนพักผ่อนให้เพียงพอ การอดนอนเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้สาว ๆ กินเยอะได้ในระหว่างวัน ควรนอนอย่างน้อยวันละ 7-9 ชั่วโมง

ด้วยวิธีง่าย ๆที่เหมาะสำหรับสาวขี้เกียจ แต่มีความต้องการที่จะลดน้ำหนักให้สวยหุ้นดี มีคนมองตามก็ใช้นำวิธีที่แนะนำไปช่วยได้ค่ะ

การลดความอ้วนเป็นปัญหาที่วนเวียนอยู่กับผู้หญิงเสมอ ยิ่งในหัวเรามีแต่ความคิดที่จะทำยังไงจะผอม ทำยังไงจะไม่อ้วน ถ้าหากอยากจะชนะไขมันในรอบตัวเราต้องรู้จักวิธีเทรนสมองพลิกความคิดใหม่เสียก่อน

หลาย ๆคนก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเคล็ดลับในการลดน้ำหนัก คือการทานอาหารที่มีพลังงานแคลอรีต่ำ การพยายามที่จะเบิร์นไขมันออกไป เพื่อให้ได้หุ่นที่ผอมเพรียวเป๊ะเหมือนซุปเปอร์โมเดล ฉะนั้นการควบคุมน้ำหนักไม่ให้กลับมาโยโย่อีกครั้งก็ขึ้นอยู่กับการนับแคลอรีเข้าปาก และมีปัจจัยที่สำคัญในการลดน้ำหนักอีกคือ “การเปลี่ยนแปลงความคิด และพฤติกรรม”

การเปลี่ยนแปลงความคิดและพฤติกรรม
การฝึกสมองให้คิดเป็น คือ การเลิกนิสัยที่ไม่ดีต่อสุขภาพเป็นการท้าทายความคิด ความรู้สึก และปฏิกิริยาในการตอบสนองในสิ่งที่เราเคยทำซ้ำ ๆ ผู้เชียวชาญหลาย ๆคนเห็นว่าการลดน้ำหนักถ้าอยากลดรอบเอวให้ได้ถาวร จะต้องเปลี่ยนความสัมพันธ์ของเรากับอาหาร คือ เราต้องรู้สติว่ากำลังกินตามปาก กินตามอารมณ์ ควรตั้งเป้าเลิกพฤติกรรมเหล่านี้ให้ได้

การเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่แท้จริง
คุณรู้ไหมว่าโดยส่วนใหญ่ผู้หญิงเรามักใช้อาหารเป็นการปลอบใจตัวเองเวลาที่เจอปัญหา เช่น เมื่อผู้หญิงเกิดมีอาการอกหัก อารมณ์ก็จะเลือกกินอาหารที่มีน้ำตาลเยอะ ๆ อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตจะช่วยในการเพิ่มระดับเซเรโทนิน ที่เป็นสารเคมีเข้าไปในสมองที่ปรับให้มีอารมณ์มีความสุขได้ หากเรากินคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลก็จะทำให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายสมองก็จะเกิดภาวะสุขสุดขีดได้ ลองถามตัวเองว่าตอนนี้คุณมีอารมณ์เป็นอย่างไรทำไมถึงเป็นแบบนี้ เช่น รู้สึกอายมาก เพราะถูกเจ้านายตำหนิในที่ประชุม หากคุณโมโห เศร้า วิตกกังวล อย่าบอกว่ากินไอศกรีมแล้วหายเศร้า เพราะจะยิ่งทำให้คุณกินหนักมากกว่าเดิม

มองให้ออกถึงศัตรูความอ้วน
ความอ้วนมีศัตรูมากมายเลยที่เดียว เราจะต้องแยกแยะให้ออกว่าสิ่งไหนคือมิตร สิ่งไหนคือศัตรูของความอ้วน มาดูสิว่าศัตรูมีอะไรบ้าง
-คนที่สนิมมากที่สุดสามคน คือใคร
-ฉันมีพฤติกรรมการกินอย่างไร ก่อน หลัง เจอเพื่อนสนิท 3 คนนี้
-คาดหวังอะไรกับ 3 คนนี้
-เมื่อคนนี้ไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวัง ฉันควรทำอย่างไร โดยไม่เกิดผลเสียกับแผนการลดน้ำหนัก

คุณอาจะท้อบ้าง ฟิวส์บาดบ้าง เมื่อพยายามในการที่จะลดน้ำหนัก พอรู้ปัญหาแล้วก็ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อรับมือกับมันคะ

หากใครที่อยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนักลดความอ้วนกันละก้อ ผลไม้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สาว ๆ นิยมเลือกทานเพื่อควบคุมน้ำหนัก แต่การเลือกทานผลไม้ที่จะเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักนั้น ไม่ใช่ว่าจะเป็นผลไม้ทุกชนิดที่กินแล้วไม่อ้วน เพราะผลไม้บางอย่างก็ให้พลังงานแคลอรีที่มากเหลือล้นก็มี วันนี้มีผลไม้ที่หยับเข้าปากแล้วไม่อ้วนมาแนะนำมีอะไรบ้างลองไปดูกัน

1.ฝรั่ง
ฝรั่งเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อในการควบคุมน้ำหนัก เพราะฝรั่ง 1 ลูก จะให้พลังงานเพียง 45 กิโลแคลอรี ช่วยในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ทั้งยังช่วยในการเพิ่มระดับไขมันดีในร่างกาย กระตุ้นการไหลเวียนของระบบร่างกายไม่ให้ติดขัดทำให้หัวใจแข็งแรง และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยผิวพรรณสดใสไม่เหี่ยวแห้ง

2.ทับทิม
ทับทิมเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพชนิดหนึ่ง เห็นได้จากทับทิมปริมาณ 100 กรัม จะให้พลังงานแคลอรี 83 กิโลแคลอรี และได้ขึ้นชื่อในเรื่องของการดีท็อกช์ล้างสารพิษในร่างกาย ช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญ มีสารต้านอนุมูลอิสระทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง กระชับ ปรับฮอร์โมนสำหรับวัยหมดประจำเดือน

3.กล้วยหอม
กล้วยหอมช่วยในการลดน้ำหนักได้ เพราะกล้วยหอม 10 กรม จะให้พลังงาน 120 กิโลแคลอรี และยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งแร่ธาตุ วิตามิน ทั้งยาระบายแก้อาหารท้องผูก หากใครที่ชอบออกกำลังกายทานกล้วยหอมเข้าไปจะช่วยไปบำรุงกล้ามเนื้อไม่ให้อ่อนล้าได้

4.แก้วมังกร
แก้วมังกรเป็นผลไม้ไทยที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีกากใยสูง และยังช่วยในระบบขับถ่ายได้ดีกำจัดไขมันที่ไม่ดีออกไป ช่วยไม่ก่อให้เกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดทานแล้วอิ่มท้องให้พลังงานเพียง 66 กิโลแคลอรี ซึ่งแก้วมังกรจะเหมาะกับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก

5.แอปเปิ้ลเขียว
แอปเปิ้ลนับว่าเป็นผลไม้อันดับหนึ่งที่สาว ๆเลือกทานเพื่อควบคุมน้ำหนักและลดความอ้วน แอปเปิ้ลเมื่อทานเข้าไปแล้วจะทำให้รู้สึกอิ่มท้องนานเพราะได้น้ำตาลฟรุกโทสที่ค่อย ๆเปลี่ยนรูปแบบพลังงานอย่างช้า ๆ ช่วยลดอาการหิวบ่อย ๆ มีกากใยอาหารช่วยในการขับถ่ายดักจับคอเลสเตอรอไม่ให้ถูกดูดซึมสู่ร่างกาย

ผลไม้ไทยเราทั้งอร่อยและมีคุณประโยชน์มากมาย ทั้งยังหารับประทานง่ายอีกด้วย

ผู้หญิงเราทุกคนก็อยากมีรูปร่างที่ผอมเพรียว ปราศจากไขมันส่วนเกินตามส่วนต่าง ๆของร่างกายกันทั้งนั้น เช่น หน้าท้อง ต้นขา ต้นแขน เอว หากสาว ๆ ที่กำลังเผชิญกับปัญหานี้ละก้ออยากจะสลายไขมันออกจากร่างกาย มีวิธีการออกกำลังกายง่าย ๆ 3 วิธี มาตอบสนองความต้องการให้สมดั่งใจ

1.การวิ่งจ๊อกกิ้งสลับกับการเดิน
การวิ่งจ๊อกกิ้งออกกำลังกายเป็นวิธีการที่ได้ขยับทุกสัดส่วนของร่างกาย รวมถึงการเดินก็เป็นการออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย และไม่ต้องหาอุปกรณ์ให้ยุ่งยากมีแค่เพียงรองเท้าวิ่งสักคู่ และสถานที่ออกกำลังกายที่เหมาะสมมีสภาพแวดล้อมที่สดชื่นก็สามารถทำให้ไขมันส่วนเกินถูกเผาผลาญได้และยังทำให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย โดยในแต่ละวันหาเวลาว่าง ๆ ช่วงเย็นออกไปวิ่งและเดินสลับกันไป ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ทำเช่นนี้เป็นประจำทุกวันหรือใครที่ไม่มีเวลาก็สัปดาห์ละ 4-5 ครั้ง ก็สามารถช่วยให้รูปร่างเปลี่ยนแปลงได้

2.การเล่นโยคะ
การเล่นโยคะเป็นวิธีการออกกำลังกายอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ไม่หนักหน่วงเหมือนการเล่น คาร์ดิโอ หรือ HIIT หากเป็นการออกเพื่อเน้นการลดหน้าท้องสลายไขมันในร่างกาย การเล่นโยคะสามารถทำได้ยิ่งต้องการเสริมสร้างและการจัดเรียงกล้ามเนื้อให้แข็งแรงสวยงามและยังช่วยในการเสริมสร้างสมาธิ ช่วยผ่อนคลายความเครียดและช่วยปรับจังหวะการหายใจได้อย่างดี จะบอกว่าช่วยทั้งให้สุขภาพดีและหุ่นสวย

3.ท่าแพลงก์
ในปัจจุบันท่าการออกกำลังกายใหม่ ๆ ได้รับความนิยมอย่างมากในการนำมาฝึกและช่วยในการลดหุ่นกัน โดยเฉพาะท่าแพลงก์ถือเป็นท่าฝึกที่ช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายทุกสัดส่วน ทั้งจะช่วยทำให้หน้าท้องมีกล้ามเนื้อและไขมันออกได้อย่างได้ผล ขอเพียงแค่หมั่นฝึกท่าแพลงก์เป็นประจำทุกวันจะทำให้ร่างกายแข็งแรงและทนทานกับการค้างท่าได้ยาวนานขึ้นให้มากกว่า 30 วินาที หรือจะทำเท่าที่ร่างกายจะไหวในแต่ละวันสามารถทำได้บ่อยครั้ง

3 วิธีการออกกำลังกายนี้จะช่วยในการสลายไขมันได้ดีจริง ๆ และเห็นผลได้ไว หากทุกคนหมั่นกระทำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้รูปร่างกระชับและมีสุขภาพดีแข็งแรง และยิ่งคนที่อยากจะมีหน้าท้องที่แบบราบสลายพุงได้ดั่งใจด้วย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังลดน้ำหนัก แต่ลดยังไงก็ไม่มีทีท่าว่าจะลงสักที ลองมาเช็คดูกันดีกว่าว่า เป็นเพราะเหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้การลดน้ำหนักของเราไม่สำเร็จเสียทีกับพฤติกรรมต่าง ๆที่จะส่งผลต่อการลดน้ำหนัก

1.การกินแบบเฮลตี้ตลอด
การลดน้ำหนักไม่ใช่เป็นการตอกย้ำตัวเองว่าจะต้องกินแต่เฉพาะอาหารเพื่อสุขภาพอย่างเดียว อาหารอะไรก็ได้ที่เบา ๆ เพราะสมองของเราจะหลั่งฮอร์โมน Ghrelin ที่ทำหน้าที่กระตุ้นความยากอาหารให้มีความยากมากขึ้น และยังทำให้กระบวนการสร้างและสลายไขมันให้ทำงานได้น้อยลงด้วย ควรเลือกทานอาหารที่ไม่หนักจนเกินไปเพื่อให้การลดน้ำหนักได้ผล

2.หมกมุ่นแต่เรื่องออกกำลังกาย
อย่าหมกมุ่นแต่เฉพาะเรื่องการออกกำลังกาย เพราะเพียงแค่เราคิดจะออกกำลังกายเราก็จะเพิ่มปริมาณการกินไปอีก 50 % คิดเพียงว่ากินเสร็จแล้วไปออกกำลังกายเพื่อเบิร์นออกก็ได้ ควรทำตัวให้เป็นปกติและทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน การลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายจึงจะได้ผล

3.เลือกอาหารจากซุปเปอร์มาเก็ตด้วยบัตรเครดิต
หากคุณเป็นคนที่เลือกซื้ออาหารจากซุปเปอร์มาเก็ตโดยการจ่ายด้วยบัตรเครดิต คุณจะเลือกเพลินและจะเลือกอาหารที่ไม่มีประโยชน์มากว่าเพราะจะไม่รู้จักการควบคุมวงเงินเหมือนการจ่ายเงินสด

4.เป็นโรคชอบแช่
การนั่งอยู่กับที่นาน ๆ โดยไม่ขยับร่างกายไปไหน มันจะทำให้ร่างกายชะลอการผลิต Lipase หรือเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยไขมัน และวิตามินชนิดละลายไขมัน ควรที่จะลุกเดินหรือยืดเส้นยืดสายบ้างเพราะจะช่วยได้ช่วยกระตุ้นให้ร่างการเผาผลาญไขมันได้ หากจำเป็นต้องนั่งแช่จริง ๆก็ควรยกแขนยกขาขยับร่างกายบ้างหรือจะใช้เท้าเต้นระบำไปด้วยจะช่วยให้การเผาผลาญพลังงานได้ทำงานด้วย

5.นอนไม่เพียงพอ
คุณรู้หรือไม่ว่าการนอนน้อยเป็นอีกแหตุผลหนึ่งที่ทำให้อ้วนได้ เพราะหากนอนหลับพักผ่อนไม่ถึง 8 ชั่วโมง ตื่นมาตอนเช้าจะทำให้มีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นถึง 300 แคลอรี และไขมันเพิ่มอีกด้วย

รู้แล้วใช่ไหมว่าควรลดนิสัยเดิม ๆแล้วปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองเสียใหม่ เพื่อหุ่นสวย ๆที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

การลดความอ้วนจะต้องหมั่นออกกำลังกาย และควบคุมอาหารไปพร้อม ๆกัน การกระตุ้นระบบการเผาผลาญจะส่งผลให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบการเผาผลาญทำงานได้ไม่ดี จะทำให้การลดน้ำหนักเห็นผลช้า อยากจะแนะนำให้ลองรับประทานอาหารที่มีเครื่องเทศเป็นส่วนผสมของอาหาร ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายถูกกระตุ้นและสามารถเผาผลาญพลังงานแคลอรีได้ดีขึ้น

เครื่องเทศมีสรรพคุณช่วย
เครื่องเทศก็เปรียบเสมือนสมุนไพรที่มีฤทธิ์เฉพาะตัวจะมีความเผ็ดร้อน มีกลิ่นหอมพิเศษที่เหมาะแก่การปรุงอาหารเพื่อช่วยในการดับกลิ่นคาว และช่วยเพิ่มในรสชาติของอาหารดูดีน่ารับประทานยิ่งขึ้น สามารถพบได้กับเครื่องเทศโดยทั่วไปที่นิยมนำมาปรุงและประกอบอาหารไทยมากที่สุด คือ พริก และพริกไทย และยังมีก้านพลูอบเชย ลูกจันทร์ ดอกจันทร์ และกระวาน จะพบได้มากตามประเทศแถบเอเชียและบ้านเรา

หากรับประทานอาหารที่ปรุงและประกอบด้วยเครื่องเทศเป็นประจำ จะช่วยให้ร่างกายเราแข็งแรงไม่เจ็บป่วยได้ง่าย และยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ทั้งยังกระตุ้นการย่อยระบบขับถ่ายเป็นการป้องกันการเกิดโรคในกระเพาะ ช่วยลดการติดเชื้อจากเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆได้ดี สร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง

เครื่องเทศช่วยในการลดน้ำหนัก
ด้วยสรรพคุณของเครื่องเทศความเผ็ดร้อนจะเป็นสิ่งที่โดดเด่น ที่หลาย ๆคนรู้แล้วซึ่งจะเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะช่วยย่อยสารอาหารเพื่อนำพลังงานไปใช้ได้ทั้งหมด จนไม่เหลือเก็บเอาไว้ที่จะให้เกิดการสะสมของไขมันและยังช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินในเลือด พร้อมทั้งลดปริมาณน้ำตาลทำให้อิ่มง่ายช่วยลดความอยากอาหารในระหว่างวันด้วย

การปรุงอาหารด้วยเครื่องเทศเพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก ควรเป็นอาหารที่มีพลังงานแคลอรีต่ำด้วยหลักเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน เพื่อลดความเสี่ยงในการสะสมของไขมันจากพลังงานที่สูง ซึ่งอาจจะทำให้ร่างกายเราได้รับพลังงานมากเกินไป จะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการลดน้ำหนักได้

หากคุณเป็นคนที่เคยลดน้ำหนักแล้วประสบปัญหา โยโย่ เอฟเฟค น้ำหนักตัวกลับเพิ่มขึ้นมาอีก ลงทุนออกกำลังกายควบคุมอาหาร งดของหวาน ของมัน ของทอด แต่เผลอแป๊บเดียวน้ำหนักก็กลับขึ้นมาเหมือนเดิม หรือมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เคล็ดลับการลดน้ำหนักแบบถาวรควรต้องทำอย่างไร ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอย่างไรบ้าง ที่จะช่วยรักษาน้ำหนักให้คงที่ต่อไป

1.ไม่ควรกินอาหารขณะดูทีวี
ไม่ควรทานอาหารขณะที่ทำกิจกรรมต่อไปนี้ ดูทีวี เล่นเกมส์บนโทรศัพท์มือถือ หรืออ่านและตอบไลน์ ขณะกินข้าว ทั้งการอ่านหนังสือพิมพ์ด้วย เพราะกิจกรรมเหล่านี้จะทำให้คุณไม่รู้ตัวในการกินอาหารว่ากินเข้าไปในปริมาณมากหรือน้อยขนาดไหน คุณจะมีความเพลิดเพลินในการกินควบคู่กับการทำกิจกรรม ควรตั้งใจกินให้อิ่มเรียบร้อยก่อนดีกว่า ที่สำคัญการนั่งอยู่หน้าจอทีวี หรือจอคอมพิวเตอร์ ทั้งการนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือการนั่งอยู่เฉย ๆ วันละหลายชั่วโมง ไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายเลย ยิ่งจะทำให้คุณอ้วนง่ายขึ้นอีกด้วย

2.ควรกินอาหาร Real Food
Real Food คือ อาหารที่คงสภาพธรรมชาติ เป็นผัก เป็นผลไม้ เนื้อหมู ที่ไม่ได้มีการแปรรูปแปลงสภาพ เพราะอาหารแบบนี้จะยังคงอึดมไปด้วยวิตามิน สารอาหาร และแร่ธาตุต่าง ๆ เพราะอาหารที่แปลงสภาพแล้วจะไม่เหลือสารอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้อยู่ และจะมีการเติมเครื่องปรุงรสต่าง ๆลงไปอีกด้วย อาจจะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพได้

3.จะต้องตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้จริง
อย่าคาดหวังในการลดน้ำหนักที่เป็นไปได้ยาก เช่น จะลดน้ำหนักให้ได้ 10 กิโลกรัม ภายใน 2 อาทิตย์ คงจะเป็นไปได้ยาก เมื่อเราคาดหวังไว้มากเกินไปแล้วทำไม่ได้ก็จะเกิดความท้อ และก็จะล้มเลิกความตั้งใจที่จะลดน้ำหนักไป ควรตั้งเป้าหมายที่สามารถทำจริงได้ เช่น ตั้งเป้าว่าจะกินสลัดผักทุกวันๆละมื้อ จะกินผักสดและผลไม้สดวันละ 3 มื้อ เป็นต้น การตั้งเป้าหมายแบบนี้เป็นการสร้างกิจกรรมในการลดน้ำหนักและยังช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจนลดน้ำหนักได้

4.เพิ่มกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหว
การลดน้ำหนักคงหนีไม่พ้นการออกกำลังกาย แต่การเคลื่อนไหวร่างกายตลอดทั้งวันก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ควรลุกจากโต๊ะทำงาน เดินรอบ ๆห้องหรือออฟฟิศบ่อย ๆ การทำงานบ้านปัดกวาดเช็ดถูก็เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายที่ดีอย่างหนึ่ง ร่วมทั้งการทำกิจกรรมเคลื่อนไหวอื่น ๆด้วย ล้วนช่วยในการเผาผลาญพลังงานทั้งสิ้น

ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกิน และการออกกำลังกายให้เป็นนิสัย ก็จะช่วยในการลดน้ำหนักได้และไม่กลับมาอ้วนอีก

ใครที่กำลังเจอปัญหาการลดความอ้วน ที่ลดยังไงก็ยังมีน้ำหนักเท่าเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงเสียที หรืออาจจะมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอีกด้วยซ้ำ จึงมักจะมีคำถามเกิดขึ้นกับตัวเองว่าสิ่งที่ทำลงไปทุ่มเทลงไปมันถึงไม่เห็นผลเสียที ลองมาดูกันว่าคุณมีปัญหาเหล่านี้หรือไม่ที่เป็นสาเหตุทำให้การลดความอ้วนไม่ได้ผล

ปัญหาดื่มน้ำไม่เพียงพอ
การดื่มน้ำมีความสำคัญอย่างมาก เพราะน้ำมีความจำเป็นต่อร่างกายช่วยในการลำเลียสารอาหารต่าง ๆไปสู่เซลล์ของร่างกาย ช่วยในการชะล้างของเสียออกจากร่างกาย และยังช่วยในการรักษาอารมณ์ไม่ให้เกิดการปวดหัวและความเหนื่อยง่าย การดื่มน้ำเยอะ ๆจะช่วยในการขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย หากวันไหนที่ดื่มน้ำน้อยก็ให้เลือกทานอาหารที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม เช่น ถั่วหรือปลา เพราะโพแทสเซียมช่วยในการรักษาสมดุลของเหลวภายในเซลล์ เร่งการขับโซเดียม ช่วยลดความดันได้

ปัญหาการนอนหลับไม่ครบ 8 ชั่วโมง
โดยปกติแล้วร่างกายของคนเราต้องการนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย วันละ 8 ชั่วโมง การที่คนเรานอนหลับไม่เพียงพอ ตื่นเช้ามาก็จะไม่สดใส มึน ๆ ซึมเศร้าทั้งวัน ไม่มีกระจิตกระใจในการทำงาน นี้คือผลของการนอนหลับไม่เพียงพอ และหากคุณมีอาการง่วงเชื่องซึม หงุดหงิด ก็มักจะหาทางออกด้วยการกิน และก็จะกินแบบไม่หยุดได้เรื่อย ๆ อีกทั้งยังทำให้ผิวพรรณดูมาสดชื่นอีกด้วย ในทางกลับกันหากคุณหาเวลาในการนอนหลักพักผ่อนให้เพียงพอ อาการต่าง ๆเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้นกับคุณ ความสดใสและผิวพรรณที่ดีก็จะตามอีกด้วย การลดน้ำหนักของคุณก็จะได้ผล

ปัญหาไม่มีแรงจูงใจในการเวิร์คเอาท์
หลาย ๆคนคงอยากที่จะมีหุ่นดี อยากมีกล้ามหน้าท้องเหมือนนางแบบบ้าง แต่ก็ไม่ลุกขึ้นมาออกกำลังกายเสียทีเป็นเพราะอะไร นั้นอาจจะเป็นเพราะว่าคุณไม่มีแรงจูงใจที่มากพอในการจะเปลี่ยนตัวเอง ลองหาแรงบันดาลใจที่จะทำให้คุณมีความมุ่งมั่นที่จะลุกขึ้นมาออกกำลังกาย เช่น ลองเอาคำสบประมาณของคนอื่นที่กล่าวหาว่าคุณอ้วน เช่น แฟน เพื่อน ๆ มาเป็นแรงผลักดันเพื่อทำอะไรที่ดี ๆให้กับตัวเอง ลุกขึ้นมาออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนักแบบจริงจัง หรือการหาศิลปิน ดาราในดวงใจมาเป็นตัวกระตุ้นอีกแรง

ปัญหาเหล่านี้ทั้งหมดจะหมดไปก็ต่อเมื่อคุณลุกขึ้นมา ปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างจริงจัง การที่คุณจะลดน้ำหนักก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้อีกต่อไป

สาว ๆที่มีหุ่นดีมักจะดูแลใส่ใจสุขภาพและรูปร่างของตนเองให้ดูดีอยู่เสมอ ซึ่งมีวิธีการในการลดน้ำหนักและรักษาสุขภาพมากมายหลายรูปแบบ ทั้งมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมีวางจำหน่ายหลายรูปแบบ เพื่อให้คุณสาว ๆที่ใส่ใจรูปร่างและสุขภาพได้เลือกซื้อกัน แต่วันนี้มีเคล็ดลับในการรักษาให้รูปร่างดีพร้อมทั้งมีสุขภาพดีควบคู่กันไปด้วย โดยที่ไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมด้วยธัญพืชจากธรรมชาติ มีอะไรบ้างไปดูกัน

ข้าวโอ๊ต
ข้าวโอ๊ตเป็นธัญพืชจากธรรมชาติที่มี เบต้า-กลูแคน หรือเรียกกันว่าไฟเบอร์ สามารถละลายน้ำได้เป็นอย่างดี ข้าวโอ๊ตจะทำหน้าที่ดักจับไขมันและลดคอเลสเตรอลในร่างกาย ซึ่งเป็นการกำจัดไขมันและสารพิษในร่างกายออกไป ทั้งยังให้คุณค่าทางโภชนาการสูงและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายทานแล้วอิ่มท้องนานอีกด้วย

ข้าวโพด
ข้าวโพดเป็นธัญพืชอีกชนิดที่มีไฟเบอร์สูง มีคุณค่าทางอาหารมากมายทั้งช่วยในการบำรุงประสาทและสมอง เสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ ช่วยในการผลิตเม็ดเลือดแดงทำให้ตับและต่อมต่างทำงานได้ดีขึ้น มีแคลเซียมสูงและช่วยให้เลือดไหลเวียนดีด้วย ช่วยละลายเลือดที่แข็งตัวและป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดอีกด้วย

ข้าวสาลี
ข้าวสาลีเป็นธัญพืชที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่ จึงช่วยลดอาการแพ้ท้องของหญิงตั้งครรภ์ได้ดี ทั้งช่วยในการบำรุงผิวพรรณและอุดมไปด้วยกากใยอาหารในปริมาณที่สูง และยังช่วยลดระดับคอเลสเตรอลในเลือดและไขมันในเลือดได้อีกด้วย

ข้าวกล้อง
ข้าวกล้องอุดมไปด้วยไฟเบอร์ และยังมีเกลือแร่ วิตามินและสารอาหารต่าง ๆอีกมากมายหลายชนิด มีคุณค่าทางโภชนาการที่สูงมาก ทั้งยังมีประโยชน์ในการป้องกันโรคภัยต่าง ๆได้ด้วย เช่น อาการท้องผูก ปากนกกระจอก โรคเหน็บชา การทานข้าวกล้องแทนข้าวขาวจะทำให้สุขภาพดี

มอลต์
เป็นสารอาหารที่ได้รับจากข้าวบาร์เลย์โดยไม่ผ่านกระบวนการขัดสี มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอย่างมากทีเดียว ปัจจุบันสามารถหาดื่มได้ง่ายขึ้น เพราะมีการนำมอลต์ไปสกัดเป็นเครื่องดื่มบำรุงร่างกายกันหลายชนิดแล้ว ทั้งยังหาซื้อได้ง่ายและสะดวกอีกด้วย

หุ่นสวยมาพร้อมกับสุขภาพดี ที่ได้จากธัญพืชเป็นสิ่งที่สาว ๆให้ความสนใจกันอย่างมากในปัจจุบัน การดูแลสุขภาพจากธรรมชาติก็เป็นอีกทางเลือกที่นิยมกัน ลองเลือกหามารับประทานกันดูนะค่ะ

สาวสวยจะต้องมีหุ่นและรูปร่างดี การมีสะโพกสวยกระชับก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่จะดึงดูด แตะตาหนุ่ม ๆและคนเหลียวมองตามได้ วันนี้มีเคล็ดลับดี ๆที่จะทำให้สาวมีสะโพกสวยกระชับใส่ชุดไหนก็ดูดี

1.การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้สะโพกสวยของคุณมีความกระชับ ตึงแน่น ไม่หย่อนคล้อยได้ ด้วยการเต้นแอโรบิค การวิ่ง การปั่นจักรยาน การออกกำลังกายที่มีการเน้นช่วงต้นขาลงมาจะช่วยได้

2.การควบคุมอาหาร
การเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีคุณประโยชน์ให้ครบทั้ง 3 มื้อ และการรับประทานก็ควรทานแต่พอดีไม่อิ่มจนเกินไป ควรหยุดทันทีเมื่อรู้สึกอิ่มแล้ว และจะต้องลดอาหารที่มีปริมาณพลังงานสูง อาหารที่มีรสจัด รสหวาน มัน นมก็ควรเป็นนมพร่องมันเนย ในส่วนของขบเคี้ยวควรเลือกเป็นประเภทพืชมีเปลือกแข็ง เช่น ถั่ว เม็ดแตงโม เพื่อจะไม่เป็นการเพิ่มเซลลูไลท์ให้แก่ร่างกายเพิ่มขึ้นอีก

3.การขัดผิว
การขัดผิวเพื่อขจัดรอยแตกลาย จุดด่างดำ และรอยหยาบกร้านต่าง ๆให้หมดไป ซึ่งสามารถขัดได้ด้วยตัวเอง โดยการนำเกลือเม็ดผสมกับน้ำมันมะกอกะปริมาณที่ต้องการใช้ รอให้เกลือดูดซึมน้ำมันจนหมดกะให้พอดีไม่แห้งหรือเปียกจนเกินไป หยดน้ำหอมลงไปสัก 2-3 หยด จะช่วยให้สดชื่นขึ้นอีก การขัดให้ขัดเป็นวงกลมตรงบริเวณที่เกิดรอย

4.การนวด
การนวดมีประโยชน์อย่างมาก เพื่อเป็นการผ่อนคลายผิว และเป็นการช่วยกระชับผิว โดยเฉพาะการเน้นการนวดตรงบริเวณต้นขา หน้าท้องและหลัง ยิ่งเฉพาะช่วงต่อของก้นลงมา เพราะการนวดช่วยในการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทั้งกำจัดของเสียและไขมันที่มักจะสะสมอยู่ใต้ผิวหนังให้ออกมาอีกด้วย

5.การเสริมด้วยชุดชั้นใน
ในปัจจุบันนี้วิวัฒนาการต่าง ๆทันสมัยอย่างมาก ชุดชั้นในก็ได้มีการผลิตออกมาเพื่อเอาใจผู้หญิงยุคใหม่ที่อยากจะมีสะโพกสวย ๆ การเลือกใส่ชุดชั้นในที่ช่วยเสริมสะโพกจึงเป็นอีกวิธีนิยมกัน เพราะชุดชั้นในมีแบบที่เสริมสะโพกเพื่อเพิ่มบุคลิกภาพของผู้สวมใส่ เน้นรูปร่างและสัดส่วนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าอก เอว หน้าท้อง สะโพกก็จะดูดีได้

เคล็ดลับง่าย ๆไม่ยากเกินไปที่จะทำให้สาว ๆมีสะโพกที่สวยได้สมดั่งใจ