สาวสวยจะต้องมีหุ่นและรูปร่างดี การมีสะโพกสวยกระชับก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่จะดึงดูด แตะตาหนุ่ม ๆและคนเหลียวมองตามได้ วันนี้มีเคล็ดลับดี ๆที่จะทำให้สาวมีสะโพกสวยกระชับใส่ชุดไหนก็ดูดี

1.การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้สะโพกสวยของคุณมีความกระชับ ตึงแน่น ไม่หย่อนคล้อยได้ ด้วยการเต้นแอโรบิค การวิ่ง การปั่นจักรยาน การออกกำลังกายที่มีการเน้นช่วงต้นขาลงมาจะช่วยได้

2.การควบคุมอาหาร
การเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีคุณประโยชน์ให้ครบทั้ง 3 มื้อ และการรับประทานก็ควรทานแต่พอดีไม่อิ่มจนเกินไป ควรหยุดทันทีเมื่อรู้สึกอิ่มแล้ว และจะต้องลดอาหารที่มีปริมาณพลังงานสูง อาหารที่มีรสจัด รสหวาน มัน นมก็ควรเป็นนมพร่องมันเนย ในส่วนของขบเคี้ยวควรเลือกเป็นประเภทพืชมีเปลือกแข็ง เช่น ถั่ว เม็ดแตงโม เพื่อจะไม่เป็นการเพิ่มเซลลูไลท์ให้แก่ร่างกายเพิ่มขึ้นอีก

3.การขัดผิว
การขัดผิวเพื่อขจัดรอยแตกลาย จุดด่างดำ และรอยหยาบกร้านต่าง ๆให้หมดไป ซึ่งสามารถขัดได้ด้วยตัวเอง โดยการนำเกลือเม็ดผสมกับน้ำมันมะกอกะปริมาณที่ต้องการใช้ รอให้เกลือดูดซึมน้ำมันจนหมดกะให้พอดีไม่แห้งหรือเปียกจนเกินไป หยดน้ำหอมลงไปสัก 2-3 หยด จะช่วยให้สดชื่นขึ้นอีก การขัดให้ขัดเป็นวงกลมตรงบริเวณที่เกิดรอย

4.การนวด
การนวดมีประโยชน์อย่างมาก เพื่อเป็นการผ่อนคลายผิว และเป็นการช่วยกระชับผิว โดยเฉพาะการเน้นการนวดตรงบริเวณต้นขา หน้าท้องและหลัง ยิ่งเฉพาะช่วงต่อของก้นลงมา เพราะการนวดช่วยในการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ทั้งกำจัดของเสียและไขมันที่มักจะสะสมอยู่ใต้ผิวหนังให้ออกมาอีกด้วย

5.การเสริมด้วยชุดชั้นใน
ในปัจจุบันนี้วิวัฒนาการต่าง ๆทันสมัยอย่างมาก ชุดชั้นในก็ได้มีการผลิตออกมาเพื่อเอาใจผู้หญิงยุคใหม่ที่อยากจะมีสะโพกสวย ๆ การเลือกใส่ชุดชั้นในที่ช่วยเสริมสะโพกจึงเป็นอีกวิธีนิยมกัน เพราะชุดชั้นในมีแบบที่เสริมสะโพกเพื่อเพิ่มบุคลิกภาพของผู้สวมใส่ เน้นรูปร่างและสัดส่วนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าอก เอว หน้าท้อง สะโพกก็จะดูดีได้

เคล็ดลับง่าย ๆไม่ยากเกินไปที่จะทำให้สาว ๆมีสะโพกที่สวยได้สมดั่งใจ

ตามใจปากลำบากกายนะจะบอกให้ จริงแน่นอนค่ะเรื่องของอาหารการกินเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนอ้วนได้ แบบไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียวบางคนคิดว่าการกินไม่สำคัญจึงกินตามใจปากแบบไม่หยุด ผลลัพธ์ที่ตามมาก็คือน้ำหนักเพิ่มขึ้น ๆ ความอ้วนก็เข้ามาแทนพอจะรู้ตัวอีกทีก็อ้วนไปซะแล้ว จึงมีวิธี กินดี อยู่ดี ให้ห่างไกลจากความอ้วนมาฝาก ไปดูสิว่ากินอย่างไรให้หุ่นดัสุขภาพดีด้วย

1.กินเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน
การรับประทานเนื้อเป็นการเพิ่มโปรตีนสู่ร่างกาย และในเนื้อสัตว์จะมีพลังงานแคลอรีที่ไม่สูง จึงนิยมรับประทานกันแต่เดี๋ยวก่อน ต้องดูก่อนอย่าเพิ่งว่าการรับประทานเนื้อแล้วจะไม่อ้วน หากคุณไม่ใส่ใจและต้องเลือกว่าเนื้อที่รับประทานเป็นประเภทไหนมีไขมัน ปะปนแทรกอยู่มากน้อยหรือไม่เพราะไขมันในเนื้อสัตว์ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ร่างกายเราสะสมไขมันได้ยิ่งในเนื้อหมูติดมันแล้วละก้อ จะมีไขมันมากกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น ควรเลือกเนื้อที่ไม่ติดมันเป็นดีที่สุด

2.น้ำดื่ม
การดื่มน้ำเป็นสิ่งที่สำคัญต่อร่างกายคนเรา จะดื่มมากน้อยก็ไม่มีผลกับพลังงานแคลอรีหรือไขมันอย่างแน่นอน แต่หากเป็นน้ำหวานหรือน้ำอัดลม อันนี้มีแน่นอนค่ะควรหยุดเพราะในน้ำหวานและน้ำอัดลมมีส่วนผสมที่จะทำให้เราอ้วนได้ คนที่รักและใส่ใจสุขภาพจะไม่นิยมดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำหวานเวลากระหายน้ำแต่จะเลือกดื่มน้ำเปล่าแทน

3.ข้าวกล้อง
ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย และข้าวกล้องก็เป็นข้าวอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยนิยมเลือกรับประทานกัน เพราะว่าในข้าวกล้องนั้นมีสารอาหารที่ครบถ้วน ทานแล้วทำให้รู้สึกอิ่มนาน ย่อยช้ามีกากใยอาหารมากช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นอย่างดี

4.ผลไม้
การทานผลไม้เพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก ควรเลือกเป็นผลไม้ที่สุกพอดิบพอดีควรจะเลี่ยงผลไม้ที่สุกงอม เพราะปริมาณน้ำตาลจะมีจำนวนมากกว่า น้ำตาลที่เกิดจากผลไม้สุกจะไม่มีกระบวนการย่อยทำให้เข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วและสะสมจนเป็นไขมันสะสมในร่างกายได้

การเลือกรับประทานอาหารเพื่อลดความอ้วน ควรเลือกอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย ทั้งช่วยในการลดความอ้วนและดูแลสุขภาพด้วย

ผู้หญิงเราทุกคนการเอาใจใส่ในเรื่องรูปร่างเป็นสิ่งที่มีอยู่ในความรู้สึกกันอยู่แล้ว ดังที่ว่าผู้หญิงอย่าหยุดสวย มีรูปร่างดีความมั่นใจก็ตามมาถึงแม้ว่าหน้าตาจะไม่สวยเลิศก็ตาม หากมีหุ่นที่ผอมเพรียวใส่ชุดไหนก็ดูดีความสวยก็จะตามเอง ยิ่งบวกกับความมั่นใจแล้วด้วยทำให้คนอิจฉากันเลยที่เดียว จะทำอย่างไรให้เป็นสาวมั่นหุ่นเพรียวได้ มีเคล็ดลับการลดน้ำหนักมาแนะนำลองไปดูสิว่ามีอะไรบ้าง

1.ควรทานอาหารให้เป็นเวลา
การรับประทานอาหารควรทานให้คบทั้ง 3 มื้อ ในแต่ละวันและเลือกอาหารมื้อหลักในการทานอาหารให้มีปริมาณที่เยอะ เช่น เช้าหรือกลางวัน ไม่ควรไปเน้นที่อาหารเย็น ที่สำคัญหากคุณลดน้ำหนักควรลดอาหารที่มีแป้ง ไขมันให้น้อยลง เน้นในการทานผักและผลไม้หรือเนื้อสัตว์ให้มากกว่าแป้งและไขมัน อาหารมื้อเย็นควรเป็นประเภทผักและผลไม้เป็นหลัก สำหรับอาหารว่างหากยับยั้งตัวเองไม่ได้จริง ๆก็ขอเป็นผลไม้แช่เย็นกรุบกรอบกับน้ำเปล่าเท่านั้น แค่นี้ก็ช่วยในการลดน้ำหนักได้อีกแรง

2.หยุดการให้รางวัลตัวเองด้วยการกิน
การที่สาว ๆมักจะให้รางวัลตัวเองบ่อย ๆด้วยการกินนี้เป็นที่ขัดต่อการลดน้ำหนักอย่างมากเลย ซึ่งมีหลายคนที่ควบคุมอาหารลดน้ำหนักและได้ผลน้ำหนักลดสัก 1-2 กิโลกรัม มีความดีใจจึงให้รางวัลตัวเองด้วยการกินในสิ่งที่ชอบ เช่น ขนมขบเคี้ยว เค้กหรือบางรายอาจจะให้ด้วยการกินหมูกระทะ ซึ่งผลที่ตามมาน้ำหนักก็จะกลับมาเหมือนเดิมค่ะ ควรเปลี่ยนการให้รางวัลตัวเองเป็นอย่างอื่น เช่น ไปออกกำลังกาย ไปเที่ยว ช๊อปปิ้งก็ได้หรือหากอดไม่ได้จริง ๆก็ให้ชิมสักคำสองคำพอค่ะ

3.ขยับร่างกายเพื่อช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ
หากเรานั่งทำงานนาน ๆควรขยับร่างกายของเราบ้าง เพราะจะเป็นการกระตุ้นให้ระบบการเผาผลาญทำงานอยู่เสมอ เช่น ลองขยับตัวแขม่วหน้าท้อง ยืดเส้น ยืดสาย ทำท่าบริหารร่างกายลุกเดินไปมารอบห้องบ้าง สลับกับการนั่งทำงานนาน ๆ จะช่วยในการกระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงานได้ พร้อมกับการควบคุมอาหารก็จะทำให้การลดน้ำหนักเห็นผลเร็วขึ้น

เคล็ดลับง่าย ๆในการลดน้ำหนักคงไม่ยากเกินไปสำหรับผู้หญิงที่รักสวย รักหุ่นกัน ลองนำไปปฏิบัติดูเพื่อหุ่นที่สวยจนหนุ่มเลี้ยวมอง

กล้วยน้ำว้าจัดเป็นผลไม้ไทยที่มีให้เรารับประทานกันได้เกือบตลอดทั้งปี และยังอุดมไปด้วยสารอาหารหลายอย่างที่มีประโยชน์ต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็น กรดอะมิโน โปรตีน และวิตามินหลายชนิด กล้วยยังจัดเป็นแหล่งพลังงานสำรองที่ดี เพราะในกล้วย 1 ผล ให้พลังงานถึง 100 แคลอรี มีน้ำตาลธรรมชาติ 3 ชนิด ได้แก่ ซูโครส กลูโครส และฟรุคโทส และมีเส้นใยอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด มีส่วนในการช่วยกระตุ้มระบบภูมิต้านทาน นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุแมกนีเซียมและโพแทสเซียม ที่ช่วยป้องกันโรคความดันอีกด้วย สำหรับประโยชน์ต่อสุขภาพอื่นๆ ที่พอจะสรุปได้ ก็อย่างเช่น

1. ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ ให้รับประทานกล้วยน้ำว้าวันละประมาณ 5-6 ผล อาการเจ็บคอจะค่อยๆ ทุเลาลงได้
2. ช่วยเพิ่มพลังให้สมอง เพราะมีสารอาหารที่ทำให้เราเกิดสมาธิและมีการตื่นตัวอยู่เสมอ
3. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจึงช่วยชะลอวัยได้เป็นอย่างดี และสารตัวนี้ยังช่วยป้องกันการก่อตัวของมะเร็งอีกด้วย
4. เป็นยาระบายอ่อนๆ เพราะในกล้วยอุดมไปด้วยเส้นใยและกากใยอาหารเป็นจำนวนมาก ใครที่ท้องผูกลองหันมารับประทานกล้วยวันละ 4-5 ผล รับรองได้เลยว่าเช้ามาเห็นผล
5. ช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง ช่วยปรับความดันโลหิตให้เป็นปกติ
6. ช่วยรักษาแผลในลำไส้บรรเทาอาการโรคกระเพาะ ช่วยให้ไม่เกิดการระคายเคืองในผนังลำไส้
7. สารอาหารในกล้วยยังช่วยลดอาการเป็นตะคริวของมือและเท้าได้อีกด้วย

แต่จะให้ได้ผลดีควรรับประทานอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ กล้วยก็จะช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บร็อคโคลี่เป็นผักประเภทหัวนิยมนำมาประกอบอาหารที่เห็นบ่อยๆ ก็คือผัดบ็อคโคลี่ หรือต้มจิ้มน้ำพริก ที่สำคัญผลการค้นคว้าวิจัยของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ พบว่าการรับประทานต้นอ่อนบร็อคโคลี่ และการทานบร็อคโคลี่ต้นที่โตเต็มที่ จะช่วยให้ผลต้านมะเร็งมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า สำหรับการรับประทานให้ได้ประโยชน์พอจะสรุปได้ดังนี้

1. ต้นอ่อนของบร็อคโคลี่มีเอนไซม์ไมโรซิเนส และมีปริมาณมากกว่าบร็อคโคลี่ต้นที่โตเต็มที่แล้ว ดังนั้นการรับประทานต้นอ่อนจะให้ประโยชน์มากกว่า

2. ในบร็อคโคลี่ยังอุดมไปด้วยเบตา-แคโรทีน เส้นใยอาหาร วิตามินซี และสารชัลโฟราเฟน รวมไปถึงสารอาหารต่างๆ อีกหลายชนิด มีประโยชน์ในการช่วยให้ตับขับสารพิษได้ดีขึ้น ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และยับยั้งการเจริญของเนื้องอก อีกทั้งยังมีสรรพคุณในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำลายเซลล์และทำลายดีเอ็นเอในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้

3. การรับประทานบร็อคโคลี่เพื่อประโยชน์ในการต้านมะเร็งมากที่สุด จะต้องไม่ผ่านการปรุงอาหารที่มีระยะเวลานานเกินไปหรือไม่ควรใช้ความร้อนมากเกินไป เพราะจะเป็นการทำลายเอนไซม์ไมโรซิเนสที่มีหน้าที่ในการย่อยแป้งและน้ำตาล

4. การเลือกบร็อคโคลี่เพื่อนำมาปรุงอาหารควรมีดอกแน่นกระชับ มีสีเขียวเข้ม และส่วนของก้านต้องเหนียวนุ่มแข็งแรง หลีกเลี่ยงต้นที่มีดอกสีเหลืองใบเหี่ยวเฉาและมีก้านหนาหรือแข็งจนเกินไป

บร็อคโคลี่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ตามความต้องการกันเลย มีหลายเมนูที่อร่อยถูกปากคนไทย ที่สำคัญยังหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลอดทั่วไป

ถั่วงอกเป็นพืชชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาประกอบอาหารหลายอย่าง แต่ที่นิยมกันมากที่สุดก็อย่างเช่น ผัดถั่วงอก ต้มจิ้มน้ำพริก แกงส้มถั่วงอก ทานแกล้มกับขนมจีน หรือใส่ในก๋วยเตี๋ยวเรือ ช่วยให้อาหารมีรสชาติอร่อยยิ่งขึ้น แต่ถั่วงอกก็มีสารอาหารหลายอย่างที่มีสรรพคุณในการช่วยรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะช่วยชะลอวัย ใครไม่อยากแก่เร็วมาทานถั่วงอกกันดีกว่าค่ะ ในถั่วงอกจะมีสารต้านความเสื่อมของร่างกายที่เรียกกันว่า ออกซินอน ยิ่งเป็นถั่วงอกที่ยังสดและปลูกแบบปลอดสารพิษด้วยแล้วจะช่วยเพิ่มพลังชีวิตช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นได้

ถั่วงอกเป็นถั่วที่เพาะมาจากถั่วเขียวและถั่วดำ อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่สูง แต่ก็จะมีถั่วงอกที่เพาะจากถั่วเหลือง โดยถั่วงอกชนิดนี้จะมีหัวโตเป็นพิเศษจะอุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันสูง มีเนื้อกระด้างกว่าถั่วงอกที่เพาะจากถั่วเขียวและถั่วดำ จึงไม่เป็นที่นิยมเท่าไรนัก การงอกของถั่วงอกยังทำให้เกิดวิตามินบี 12 ที่มีความจำเป็นในการเติบโตและซ่อมแซมเซลล์ ที่สำคัญในถั่วงอกยังมีธาตุเหล็กที่ร่างกายสามารถย่อยได้ง่ายกว่าพืชผักชนิดอื่น ในถั่วงอกยังอุดมไปด้วยวิตามินบี 17 และมีสารเลซิธิน ที่มีส่วนในการช่วยบำรุงประสาทและการทำงานของสมอง เป็นสารอาหารที่เหมาะสำหรับหนุ่มสาววัยทำงาน และเด็กๆ ที่กำลังเรียนรู้

ทราบกันแบบนี้แล้วคราวหน้าจะกินก๋วยเตี๋ยว ผัดไท หอยทอด หรือขนมจีน ก็อย่าลืมหาถั่วงอกสดๆ เป็นผักแกล้มกันนะคะ รับรองได้เลยว่านอกจากอร่อยแล้วยังมีประโยชน์อีกด้วย

กระเทียมจัดเป็นเครื่องเทศชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นแรงรสชาติเผ็ดร้อน และมีอยู่คู่ครัวไทยเรามาเป็นเวลาช้านานแล้ว คนไทยนิยมนำกระเทียมเป็นส่วนประกอบในเมนูอาหารเพราะสามารถช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารอร่อยมากยิ่งขึ้น แต่นอกเหนือจากความอร่อยแล้วกระเทียมยังอุดมไปด้วยสารอาหารหลายอย่างที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถช่วยป้องกันและบรรเทาอาการของโรคได้หลายชนิด ที่สำคัญยังช่วยในเรื่องของความสวยความงามได้อีกด้วย อาทิเช่น

1. ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมได้ นอกจากการรับประทานแล้วคุณยังสามารถใช้วิธีฝานกระเทียมเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วนำมานวดให้ทั่วศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วสระผมตามปกติ สารอัลซิลิน และซัลเฟอร์ที่อยู่ในกระเทียมจะมีประสิทธิภาพในการลดปัญหาผมหลุดร่วงได้

2. หากคุณรับประทานกระเทียมเป็นประจำ ยังสามารถช่วยป้องกันการเป็นไข้หวัด แต่ถ้าใครเป็นแล้วกระเทียมก็สามารถบรรเทาอาการได้เช่นกัน วิธีก็คือหั่นกระเทียมเป็นแว่นๆ แช่ในน้ำร้อนทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วกรอกเอากากกระเทียมออก จากนั้นจิบขณะอุ่นๆ เป็นเหมือนชากระเทียม เพียงเท่านี้ก็จะช่วยไล่ไข้หวัดได้แล้วค่ะ

3. กระเทียมยังช่วยรักษาสิวได้อีกด้วย วิธีก็คือล้างหน้าให้สะอาดหั่นกระเทียมเป็นแผ่นบางๆ แล้วนำมาประคบที่หัวสิวทิ้งไว้ประมาณ 5 ที แล้วล้างออกให้สะอาด สารแอนตี้ออกซิแดนท์ในกระเทียมจะช่วยลดการอักเสบของสิวได้

ที่กล่าวมายังเป็นแค่ส่วนหนึ่ง กระเทียมยังมีประโยชน์อีกหลายอย่างต่อร่างกาย ใครอยากมีสุขภาพดี ก็อย่าลืมซื้อกระเทียมเก็บไว้ติดบ้านกันด้วยนะคะ

การออกกำลังกายเป็นวิธีการเบิร์นไขมันที่ได้ผลดีจริงหรือไม่ เพื่อให้ไขมันออกไปจากร่างกายแล้วได้หุ่นที่สวยจริงไหม การออกกำลังกายที่จะช่วยให้เบิร์นไขมันออกมาได้นั้นจะต้องทำอย่างไร หากออกกำลังกายผิดวิธีก็ไม่สามารถเบิร์นไขมันออกมาได้ แล้วจะมีวิธีการออกกำลังกายยังไงบ้างเพื่อให้การเบิร์นไขมันได้อย่างเร่งด่วนและได้ผล มาดูกัน

1.การออกกำลังกายแบบเบิร์นไขมันให้ได้ดีที่สุด
การออกกำลังกายที่จะช่วยให้การเบิร์นไขมันได้ดีที่สุดมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี แต่ขอแนะนำการวิ่งจ๊อกกิ้ง การวิ่งเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ดีที่สุดตลอดกาล เพราะจะช่วยในการเบิร์นไขมันเพื่อลดน้ำหนักแล้วยังช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย และการเต้นแอโรบิคก็เป็นการออกกำลังกายที่เรียกเหงื่อ และเบิร์นไขมันได้ดีเช่นกันเต้นไปพร้อมเสียงเพลงที่สนุกสนาน เต้นแบบขำ ๆสามารถเผาผลาญได้ถึง 600 -700 แคลอรี เชียว และก็ยังช่วยผ่อนคลายจากเสียงเพลงได้อีกด้วย หรือจะหันไปเล่นกีฬาก็ได้ เช่น เล่นแบดมินตัน หรือบาสเกตบอล จะเป็นการออกกำลังกายได้ทุกส่วน

2.ควรออกกำลังกายอย่างน้อยกี่นาที
การออกกำลังกายที่จะช่วยให้เบิร์นไขมันได้ดีนั้นไม่ใช่ออกแค่เพียง 15 นาที อย่างที่หลาย ๆคนเข้าใจ เพราะแค่ 15 นาที บางคนยังเหงื่อไม่ออกเลย การเผาผลาญพลังงานก็ยังไม่เริ่ม ดูจะเป็นเหมือนการยืดเส้นยืดสายธรรมดามากกว่าการเบิร์นไขมัน การออกกำลังกายที่เหมาะสมในการเผาผลาญพลังงานคือประมาณ 20 นาที ขึ้นไป เพราะเวลาประมาณ 15-20 นาที ร่างกายจะเริ่มเผาผลาญพลังงาน หลังจาก 20 นาที ไปร่างกายก็จะเริ่มทำงาน การเบิร์นไขมันจะสามารถกำจัดไขมันออกได้มากที่สุด

3.สิ่งที่ไม่ควรทำในการออกกำลังกาย
การเบิร์นไขมันด้วยการออกกำลังกายสิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงอย่างมากคือไม่หักโหมมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้ร่างกายของคุณได้รับอันตรายจากกล้ามเนื้ออ่อนล้า กล้ามเนื้อฉีกขาดได้และยิ่งคนที่มีโรคประจำตัว หรือสุขภาพที่ไม่แข็งแรงก็ไม่ควรจะหักโหมมากนะค่ะ เพราะยิ่งจะทำให้ร่างกายแย่ลงได้ การออกกำลังกายที่ดีและส่วนผลต่อสุขภาพได้ควรออกกำลังกายไม่เกิน 1 ชั่วโมง ต่อครั้ง

ออกกำลังกายจะช่วยให้การเบิร์นไขมันได้ดีและเห็นผลเร็ว แต่ก็ต้องขยันและหมั่นออกกำลังกายอยู่เสมอหรืออย่างน้อยก็ให้ได้มากกว่า 20 นาที ขึ้นไป เพื่อสุขภาพที่ดีและหุ่นสวยเป๊ะจากการเบิร์นไขมัน

ความสวยเป็นสิ่งที่ผู้หญิงเราทุกคนพึ่งต้องการและแสวงหากันอยู่แล้ว ซึ่งหลาย ๆคนพร้อมที่จะใส่ใจดูแลตนเองเป็นทุนเดิมที่จะทำอย่างไรให้สวยครบวงจร ในเรื่องรูปร่างก็เช่นกันเป็นอีกเรื่องที่สำคัญและเป็นอันดับต้น ๆที่ผู้หญิงใส่ใจ ปัญหาพุงโย้ ท้องหย่อนยาน ไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้อง ก็จะถูกหาวิธีกำจัดให้ออกไป จึงมีวิธีมาแนะนำกันค่ะ

ดูแลเรื่องอาหารการกิน
อาหารที่รับประทานเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอาหารประเภท หวาน มัน ทอด หรืออาหารที่มีปริมาณแป้ง น้ำตาลและไขมันเยอะ ล้วนเป็นการก่อให้เกิดการสะสมไว้บริเวณหน้าท้อง ดังนั้นถ้าต้องการลดหน้าท้องให้แบนราบก็ต้องควรงดอาหารหรือลดปริมาณอาหารประเภทนี้ และเลือกทานอาหารที่มีกากใยหรือไฟเบอร์ เช่น ผลไม้และผัก ตามด้วยการดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายทำงานได้ดีและทำให้หน้าท้องแบนราบได้ด้วย

การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายเป็นวิธีการที่ได้ผลในเรื่องของการลดน้ำหนัก ลดความอ้วนทั้งยังกระชับให้หน้าท้องแบนราบได้อีกด้วย โดยการออกกำลังกายควรเน้นให้มีการขยับทุกสัดสาวนด้วยทั้งแขน ขา หน้าท้อง เช่น การปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ วิ่ง เต้นแอโรบิคหรือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ จะได้ทุกสัดส่วนและทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนในร่างกายได้ดี ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น นั้นหมายถึงการทำงานของระบบการเผาผลาญไขมันกำลังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การบริหารหน้าท้องสม่ำเสมอ
นอกจากการออกกำลังกาย การเน้นเฉพาะบริเวณหน้าท้องก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องทำไปพร้อมกันด้วย จะเป็นการบริหารหน้าท้องด้วยการซิทอัพก่อนนอน ตื่นนอน หรือแม้แต่การนั่งแขม่วท้องบ่อย ๆในระหว่างวันในขณะทำงาน ทำบ่อย ๆให้เป็นนิสัยก็ช่วยทำให้หน้าท้องแบนราบได้

ในสมัยนี้สาว ๆเราได้หันมาดูแลตนเองในการบริหารร่างกายและออกกำลังกายกันอย่างจริงจัง ซึ่งอุปกรณ์ในการช่วยออกกำลังกายก็มีมากมายล้วนแล้วแต่จะช่วยผู้หญิงเรากลับมามีหุ่นที่สวยงามหน้าท้องแบนราบได้ แต่ก็ต้องอยู่ที่ความตั้งใจและความมุ่งมั่นของแต่ละคนด้วยที่จะทำให้ได้ผลเร็วหรือช้า หากตั้งใจเมื่อไรรับรองได้ผลเมื่อนั้น