เลือกหม้อหุงข้าวแบบไหนดี

เลือกหม้อหุงข้าวแบบไหนดี

ในชีวิตประจำวันมนุษย์เราต้องกินข้าววันละ 3 มื้อ บางคนอาจจะมากหรือน้อยกว่านี้ โดยเฉพาะถ้าอยู่กันเป็นครอบครัวมีสมาชิกในบ้านหลายคนก็มักจะต้องมีหม้อหุงข้าวไว้ประจำบ้าน ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อหม้อหุงข้าวไว้ใช้ในบ้านสักใบหรือต้องการเปลี่ยนใหม่เรามาดูวิธีในการเลือกเพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจกันดีกว่า

1. ขนาดของหม้อหุงข้าว
ควรดูจากจำนวนสมาชิกในครอบครัว ถ้าเป็นครอบครัวขนาดเล็กอยู่กันไม่กี่คนก็อาจจะเลือกขนาด 1 – 2 ลิตร แต่ถ้าอยู่กันหลายคนการซื้อหม้อที่มีขนาดใหญ่ขึ้นก็จะทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาหุงข้าวกันหลายรอบ หุงเพียงครั้งเดียวก็พอเพียงต่อสมาชิกภายในครอบครัวกันแล้ว และยังช่วยประหยัดค่ากระแสไฟฟ้าได้อีกด้วย

2. วัสดุและการเคลือบผิว
ปัจจุบันจะนิยมเลือกใช้กันเป็นแบบหม้อด้านในเคลือบเทฟล่อนจะช่วยให้ข้าวไม่ติดก้นหม้อเหมือนหม้อรุ่นๆ ก่อน

3. ระบบของหม้อหุงข้าว
ถ้าเป็นหม้อหุงข้าวรุ่นเก่าก็จะมีระบบไม่มากอาจจะแค่หุงข้าวและอุ่นข้าว แต่หลังๆ หม้อหุงข้าวเริ่มมีฟังชั่นการทำงานมากขึ้น เพราะสามารถนำไปประกอบอาหารได้ด้วยไม่ว่าจะเป็น อบ นึ่ง ตุ๋น หรือต้มจืด เป็นต้น สำหรับในข้อนี้ต้องเลือกจากหลักการใช้ประจำวันของครอบครัว เพราะอาจจะเหมือนสะดวกสามารถทำอะไรได้หลายอย่างในหม้อเดียว แต่หลายคนมักจะรู้สึกไม่ถนัด นอกจากนี้หม้อที่มีฟังชั่นเยอะๆ ก็มีราคาแพงกว่าหม้อธรรมดากันด้วย

ถ้าพิจารณาแล้วเราคงไม่ค่อยได้ใช้ฟังชั่นอะไรมากนอกจากหุงและอุ่นข้าวก็ไม่ควรเลือกซื้อหม้อที่มีฟังชั่นหลากหลาย เพราะจะเป็นการเสียเงินซื้อหม้อราคาแพงไปอย่างเปล่าประโยชน์

พัดลมไอเย็น อีกทางเลือกช่วยคลายร้อน

พัดลมไอเย็น อีกทางเลือกช่วยคลายร้อน

หลายคนคงเห็นพัดลมไอเย็นกันมาบ้างแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้มีวางขายอยู่ทั่วไปในร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า และในห้างสรรพสินค้า นอกจากนี้เรายังคงเคยเห็นผ่านตากันมาบ้างทางหน้าจอทีวีหรือตามสื่อโฆษณาต่างๆ สำหรับระบบการทำงานของพัดลมไอเย็นก็คือการทำงานผ่านระบบ Evaporative Cooling Systems เป็นการดึงความร้อนจากอากาศโดยรอบบริเวณมาผ่านแผ่นทำความเย็น ทำให้เกิดเป็นไอน้ำระเหยและเปลี่ยนเป็นไอเย็นผ่านออกมา ช่วยให้อุณหภูมิภายในห้องลงดลง

ข้อดีของพัดลมไอเย็น
– ช่วยลดอุณหภูมิภายในห้องได้ 4-10 องศาเซลเซียส
– ไม่มีละอองน้ำ ไม่อับชื้น ลมเย็นเหมือนลมธรรมชาติ
– ช่วยประหยัดไฟ

ข้อเสียของพัดลมไอเย็น
– ต้องมั่นดูระดับน้ำให้อยู่ในปริมาณที่กำหนด
– หากใช้ในห้องที่การระบายอากาศไม่ดีอาจทำให้เกิดกลิ่นอับชื้น
– ต้องคอยทำความสะอาดช่องใส่น้ำให้สะอาดอยู่เสมอ

วิธีการเลือกซื้อ
1. ราคาในปัจจุบันของพัดลมไอเย็นจะอยู่ที่ประมาณ 2,500 – 10,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและคุณสมบัติต่างๆ ของแต่ละรุ่น เช่น บางรุ่นอาจมีเครื่องฟอกอากาศในตัว หรือมีรีโมท เป็นต้น
2. ควรเลือกซื้อยี่ห้อที่เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย เพราะจะมีการผลิตที่ได้มาตรฐานอะไหล่หาง่ายถ้าเกิดปัญหาที่ต้องซ่อมแซม รวมทั้งสามารถส่งแคลมได้ถ้าเกิดปัญหาในช่วงที่ยังมีการรับประกันกันอยู่

จัดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ยังมีงบไม่มากพอที่จะซื้อแอร์ นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดค่าไฟในแต่ละเดือนได้มากกว่าการใช้แอร์กันอีกด้วย