วิธีเลือกเครื่องซักผ้าให้เหมาะกับบ้านคุณ

วิธีเลือกเครื่องซักผ้าให้เหมาะกับบ้านคุณ

ปัจจุบันเครื่องซักผ้าจะมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือ แบบสองถัง แบบถังเดียว และแบบฝาหน้า ซึ่งเราสามารถดูประสิทธิภาพในการซักได้จากฉลากที่ด้านหลังของเครื่องซักผ้าแต่ละแบบ หลักการทำงานโดยทั่วไปของเครื่องซักผ้าก็คือ การให้ผ้าและน้ำมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการหมุนของถังซัก หรือการตีเหวี่ยงไปมา เป็นการใช้หลักการเสียดสีช่วยให้ผ้าสะอาดขึ้นได้ ดังนั้นเครื่องซักผ้าที่น้ำนิ่งๆ เมื่อซักเสร็จผ้าจะไม่สะอาดเท่าที่ควร เรามาดูความแตกต่างของเครื่องซักผ้าทั้ง 3 แบบกันดีกว่า

1. แบบสองถัง จะเป็นแบบที่ราคาถูกกว่าแบบอื่น ซักผ้าได้สะอาด ใช้เวลาซักไม่นานจึงช่วยประหยัดค่ากระแสไฟได้ดี ที่สำคัญยังใช้น้ำไม่มาก แต่ระหว่างการซักคุณจะต้องยกผ้าเปลี่ยนระหว่างถัง แบบนี้จะเหมาะสำหรับผู้ที่มีงบน้อย

2. แบบถังเดียว ราคาจะสูงกว่าแบบสองถัง แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการใช้งาน ซักผ้าได้สะอาดพอสมควร ใช้ไฟไม่มากแต่ค่อนข้างจะเปลืองน้ำ เหมาะสำหรับคนที่อยากได้เครื่องซักผ้าแบบใส่เครื่องครั้งเดียวแล้วทุกอย่างจบครบวงจร

3. แบบฝาหน้า จะเป็นแบบที่มีราคาสูงที่สุด แต่ก็ซักผ้าได้สะอาดที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะผ้าและน้ำจะเคลื่อนที่ไปมาได้ดีกว่าแบบอื่น นอกจากนี้ยังมีฟังชั่นที่ทำให้คุณสามารถซักผ้าด้วยน้ำอุ่นจะทำให้ผ้าสะอาดมากยิ่งขึ้นและยังละลายผงซักฟอกได้ดีอีกด้วย ข้อเสียก็มีตรงที่ใช้เวลานานทำให้เปลืองกระแสไฟฟ้า แต่ข้อดีก็คือใช้น้ำน้อยซักผ้าได้สะอาดกว่าแบบอื่น เครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าจะเหมาะสำหรับคนที่มีงบมากและเน้นซักผ้าให้สะอาด

ใครชอบแบบไหนก็อย่าลืมเลือกให้เหมาะกับงบประมาณ และดูว่าคนในครอบครัวใส่เสื้อผ้าสกปรกประมาณไหน จากนั้นก็ตัดสินใจเลือกซื้อกันให้เหมาะสมกันได้เลย

กำลังมองหาทีวีสักเครื่อง เลือกแบบไหนดี ?

กำลังมองหาทีวีสักเครื่อง เลือกแบบไหนดี ?

ถ้าพูดถึงทีวีปัจจุบันมีออกมามากมายหลายรูปแบบจนบ้างครั้งเราอาจจะรู้สึกสับสนได้ว่าควรเลือกใช้แบบไหนดี แต่จะแบบไหนนั้นก็คงต้องขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลเป็นตัวกำหนดด้วย ว่าคุณต้องการดูทีวีแบบสมจริงขนาดไหน หรือถ้าเน้นในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ทีวีที่คุณเลือกก็ต้องมีฟังชั่นในการรองรับ ดังนั้นก่อนอื่นเราไปดูทีวีแต่ละแบบกันก่อนดีกว่าว่ามีอะไรกันบ้าง

ประเภทจอ
สำหรบประเภทจอจะมีหลายแบบตั้งแต่ CRT, LCD TV, LED TV และ Plasma TV แต่ละแบบจะแตกต่างกันดังนี้
– จอ CRT จะเป็นทีวียุคแรกๆ ที่เป็นแบบจอโค้ง ด้านหลังตุง
– จอ LCD TV ลักษณะจอบางไม่กินพื้นที่ และยังช่วยถนอมสายตาอีกด้วย
– จอ LED TV ออกมาทดแทนจอแบบ LCD ให้ภาพคมชัด กินไฟน้อย แต่ยังมีราคาสูง
– จอ Plasma TV ให้ภาพคมชัดกว่าจอแบบ LCD แสดงผลภาพเร็ว สีสวยดูเป็นธรรมชาติ ข้อเสียคือดูในห้องมืดๆ จะคมชัดกว่าดูในห้องสว่าง และค่อนข้างจะกินไฟ

คุณสมบัติของทีวี
จะสามารถแบ่งออกได้ชัดๆ เป็น 3 รูปแบบคือ แบบธรรมดา, Smart TV และ ทีวี 3 มิติ ซึ่งจะมีข้อแตกต่างกันดังนี้
– แบบธรรมดา คือแบบที่สามารถดูทีวีช่องทั่วไป หรือดูช่องต่างๆ ด้วยระบบกล่องดิจิตอล
– Smart TV ทีวีอัจฉริยะ จะเป็นทีวีที่มีแอพพลิเคชั่น และฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ให้เลือก และยังเป็นการรวมความสามารถของทีวี คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ตเข้าด้วยกัน นอกจากชมทีวีแล้วยังใช้ เล่นเกมส์ ดูวีดีโอ เล่นโฟสโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ ได้อีกด้วย
– ทีวี 3 มิติ ให้ภาพที่คมชัดสมจริง เห็นมิติต่างๆ ของภาพ ตื่น ลึก หนา บาง และลอย ได้ในขณะกำลังดูทีวี ซึ่งจะให้ดีควรชมผ่านแว่น 3 มิติ แต่ทีวียังมีราคาค่อนข้างสูง

เมื่อทราบรูปแบบและคุณสมบัติของทีวีกันแล้ว คราวนี้ก็เลือกให้ถูกใจและตรงกับงบประมาณกันได้เลย